บทที่ 9

posted on 19 Sep 2008 20:08 by kwz-winnie

บทที่ 9**

ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.มุมมองงว่าเทคโนโลยีมีไว้เพื่อใหมนุษย์บรรลุวัตถุประสงค์ เช่น พฤติกรรมการเขียนของคนใช้โปรแกรมประมวลคำ จะแตกต่างไปจากผู้ใช้กระดาษและปากกา

2.มุมมองวาสเทคโนโลยีสารสนเทศและสังคมมีผลกระทบซึ่งกันและกัน เช่น การออกแบบให้คอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้หลาย ๆ งานได้ในขณะเดียวกัน เป็นผลมาจากประเด็นทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ประหยัดทรัพยากรของหน่วยประมาลผลกลาง

3.มุมมองว่าเทคโนโลยีสารสนเทศป็นกลไกในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เช่น การติดต่อสื่อสารของมนุษย์จะถูกกำหนดว่าเป็นสิ่งที่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยี   คนที่มีโทรศัพท์มือถือจะแตกต่างจากคนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ คนที่ใช้อินเตอร์เน็ตจะแตกต่างจากคนที่ไม่ใช่อินเตอร์เน็ต

 **แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาสังคมที่จะเกิดขึ้น

1.ใช้แนวทางจริยธรรม คือผู้ใช้จะต้องระมัดระวังไม่สร้างความเดือดร้อนต่อผู้อื่นและก็ตั้งใจที่จะทำกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเป็นประโยชน์อยู่เสมอ

2.สร้างความเข้มแข็งให้ตนเอง คือ ไม่ลุ่มหลงต่อกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งมากเกินไป

3.ใช้แนวทางการควบคุมโดยใช้วัฒนธรรมที่ดี คือเวลาเรานำผลงานของผู้อื่นมาใช้ประโยชน์ ก็ควรที่จะให้เกียรติแหล่งข้อมูลโดยการอ้างอิง

4.การสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมชุมชน เช่น การติดตั้งระบบเพื่อกลั่นกรองข้อมูลที่ไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน การให้ความรู้เรื่องภัยอันตรายจากอินเตอร์เน็ต

5.แนวทางการเข้าสู่มาตรฐานการบริการจัดการให้บริการเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น มีการกำหนดเรื่องความมั่นคงปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร ความมั่นคงปลอดภัยทางด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมขององค์กร การควบคุมการเข้าถึง

6.ใช้แนวทางบังคับใช้ด้วยกฎหมาย 

**ประเด็นพิจารณาการใช้จริยธรรมเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

1.ผลกระทบจากเทคโนโลยีสารสนเทศ และทฤษฎีเรื่องจริยธรรม เป็นข้อโต้เถียงกันเพื่อที่จะหาสมดุลระหว่างจุดยืน ค่านิยม และสิทธิ

2.เทคโนโลยีสารสนเทศกับจริยธรรมและการเมือง เช่น การสร้างภาพของพระเอกหรือผู้ร้ายในภาพยนตร์ หรือการเกิดของกระแสโอเพนซอร์สเพื่อนค้านอำนาจกับซอฟต์แวร์ให้สิทธิการใช้

3.เทคโนโลยสารสนเทศกับจริยธรรมและความเป็นมนุษย์ มีความสำคัญอย่างมากโดยเฉพาะในกรณีของการเปลี่ยนแปลงสภาพสังคมในเรื่องของโลกเสมือนจริง  สภาวะของโลกเสมือนจริง หมายถึง สถานะของการโต้ตอบกันผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ หรือมนุษย์กับเครื่องจักร

 **การใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาสังคมที่เกิดจากเทคโนโลยีสารสนเทศ

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ให้มีการนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ

กฎหมายอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ คุ้มครองสังคมจากความผิดที่เกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

กฎหมายพานิชย์อิเล็กทรอนิก ควมครองการทำธุรกรรมผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์

กฎหมายการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็ทรอนิก อำนวยการให้มีการทำนิติกรรมสัญญาทางอิเล็กทรอนิก

กฎหมายลายมือชื่ออิเล็ทรอนิก สร้างความมั่นใจให้คู่กรณีในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการลงลายมือ

กฎหมายการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ คุ้มครองผู้บริโภคด้านการเงิน

กฎหมายโทรคมนาคม เปิดเสรีให้มีการแข่งขันที่เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพกฎหมายระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ และการค้าระหว่างประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยสารสนเทศ

กฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับระบบอินเตอร์เน็ตกฎหมายพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกและคอมพิวเตอร์  

 

 

edit @ 20 Sep 2008 19:16:02 by Kaew

บทที่ 8 ปัญหาที่เกิดจากคอมพิวเตอร์และมาตรการควบคุม

 ไวรัสคอมพิวเตอร์ มีหลายชนิด-          ไวรัสที่จะทำการนำขยะหรือข้อมูลอื่น ๆ ไปซ้อนทับข้อมูลเดิม ทำให้แฟ้มข้อมูลผิดเพี้ยนไป-          ไวรัสที่ควบคุมการทำงานของระบบปฎิบัติการคอมพิวเตอร์อทนระบบเดิม-          ไวรัสที่เพิ่มเติมคำสั่งบางคำสั่งลงในโปรแกรม-          ไวรัสที่เปลี่ยนข้อมูลจำนวนเล็กน้อยในโปรแกรมหรือแฟ้มข้อมูลอย่างไรก็ตามสามารถแบ่งไวรัสออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
  1. Application viruses ไวรัสชนิดนี้มีการแพร่กระจายไปยังโปรแกรมประยุกต์ต่าง ๆ
  2. System viruses ไวรัสชนิดนี้ติดต่อและแพร่กระจายในโปรแกรมจำพวกระบบปฎิบัติการหรือโปรแกรมระบบ

  Wormเวอร์หรือมาโครไวรัส  คือโปรมแกรมซึ่งเป็นอิสระจากโปรแกรมอื่น ๆ โดยจะแพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่อยู่บนเครือข่าย การแพร่จะคล้ายกับตัวหนอน และแพร่ด้วยการคัดลอก

 โลจิกบอมบ์(Logic bombs) หรือม้าโทรจัน(Trojan Horses)วัตถุประสงค์ก็คือ ทำลายโปรแกรมต่าง ๆ เราสามารถเรียกการทำงานของม้าโทรจันว่าปฎิบัติการล้วงความลับม้าโทรจันจะทำการดักจับรหัสผ่านหรือข้อมูลที่ใช้ในการ Login ของผู้ใช้ระบบเพื่อนำไปใช้ในการเจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ต่อไป 

Phishingคือการหลอกลวงทางอินเตอร์เน็ตอย่างหนึ่ง โดยผู้ที่ทำการหลอกลวงซึ่งเรียกว่า Phisher จะใช้วิธีการปลอมแปลงอีเมล์ เหมือนหลอกว่าเราจะถูกรางวัลและให้เราใส่รหัสบัตรเครดิตของ วิธีการป้องกันคือ ต้องทำการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารของสิ่งที่ส่งมาให้ดี ว่ามีความจริงเท็จแค่ไหน  

ไฟร์วอลล์ คือรูปแบบของโปรแกรมหรืออุปกรณ์ที่ถูกจัดตั้งอยู่บนเครือข่ายเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครือข่ายภายใน โดยป้องกันผู้บุกรุกที่มาจากเครือข่ายภายนอก 

*Virus จะแย่งใช้หรือทำลายทรัพยากรของคอมพิวเตอร์ เช่น ไฟล์ข้อมูล,แรง

*Worm จะแย่งใช้ทรัพยากรของคอมพิวเตอร์ เช่น เขียนไฟล์ขยะลงบนฮาร์ดดีสก์ จนทำให้ฮาร์ดดิสก์เต็ม 

Proxyคล้ายกับไฟร์วอลล์แต่จะใหญ่กว่า สามารถเก็บข้อมูลชั่วคราวได้ทำให้คอมเร็วขึ้น 

Cookiesคือแฟ้มข้อมูลชนิด text

บทที่ 7 ต่อ

posted on 05 Sep 2008 22:22 by kwz-winnie
**Knowledge Unifying Initiator (KUI)          Knowledge Unifying Initiator หรือเรียกย่อ ๆว่า KUI หรือ คุย Knowledge Unifying Initiator หมายถึง กลุ่มผู้รวบรวมความรู้แบ่งออกเป็น 3หมวดหลักดังนี้-          Localization เป็นการเสนอคำแปลความหมายของประโยค วลี หรือคำศัพท์-          Opinion Poll เป็นการเสนอความคิดเห็นจากการสำรวจความคิดเห็น-          Public  Hearing  เป็นข้อเสนอแนะการตีความ ประชาพิจารณ์ ร่างกฎหมายประเด็นความเห็นใดสมาชิกให้คะแนน น้อย (Vote) น้อย หรือคนไม่สนใจ ประเด็กนั้นก็จะถูกลบออกไป Documentations เป็นการอธิบายการทำงานในแต่ละโมดูล          นอกจาก KUI จะเป็นซอตฟ์แวร์ที่ช่วยรวบรวมความรู้ต่าง แล้วโปรแกรม KUI ยังมี User Interface ที่ง่ายต่อการใช้งาน โดยในองค์กร หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำโปรแกรม KUI ไปใช้ก็ได้            ตัวอย่างการโจมตีอาจมาจากวิธีต่าง ๆอีกมากมายเช่นกัน-          Denial of Service คือการโจมตี เครื่องมือเครือข่ายเพื่อให้เครื่องมือมีภาระใช้งานหนักจนไม่สามรถใช้บริการได้ หรือทำงานได้ช้าลง-          Scan ช่องจากการติดตั้งหรือการทำงานกำหนดระบบผิดพลาดควรมีการป้องกันตนเองจากการโจมตีดั่งกล่าว ได้หลากหลายวิธี เช่น     -          การดูแลและจัดการเกี่ยวกับ Cookies-          การป้องกัน Malicious Code เช่น ไวรัส เป็นต้น-          การใช้ Firewall**ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไว้รัสคอมพิวเตอร์ (Computer Viruses)ไวรัสจะนำพาตัวเองไปติด (Attach) กับโปรแกรมอื่น ๆไวรัสคอมพิวเตอร์มีหลายเผ่าพันธุ์-          จะทำการนำขยะหรือข้อมูลต่าง ๆไปซ้อนทับข้อมูลเดิมบางส่วน-          ควบคุมการทำงานของระบบปฏิบัติการการคอมพิวเตอร์-          เพิ่มเติมบางคำสั่ง (Embedded commands)-          เปลี่ยนข้อมูลจำนวนเล็กน้อยในโปรแกรมหรือแฟ้มข้อมูลหนึ่ง ๆซึ่งการเปลี่ยนแปลงจำนวนน้อยนี้จะทำให้เจ้าของไม่รู้สึกว่าแฟ้มข้อมูลของตนเองได้รับเชื้อไวรัสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อมีการใช้แฟ้มหรือสำเนาเราแบ่งไวรัสคอมพิวเตอร์ออกเป็น2ชนิดใหญ่ ๆ ได้แก่ Application และ System Viruses เวอร์ม (Worm)          เวอร์มหรือมาโครไวรัส (Macro Virus)โปรแกรมที่เป็นอิสระจากโปรอกรมอื่น ๆโดยแพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ที่อยู่บนเครือข่าย การแพร่กระจาย จะคล้ายกับตัวหนอน และแพร่พันธุ์ ด้วยการคัดลอก (Copy) โลจิกบอมบ์ (Logic bombs) หรือ ม้าโทรจัน (Trojan Horses)          โปรแกรมม้าโทรจันจะดูเสมือนว่าเป็นโปรแกรมที่มีประโยชน์ แต่ในความเป็นจริงม้าโทรจันมีวัตถุประสงค์เพื่อทำลายล้างโปรแกรมต่าง ๆการทำงานของม้าโทรจัน ปฏิบัติการล้วงความลับม้าโทรจันจะทำการดักจับรหัสผ่านข้อมูลที่ใช้ในการล็อกอิน ของผู้ที่ใช้ระบบ เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการเจาะเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ ต่อไปข่าวไวรัสหลอกลวง (Hoax)          **ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ (Phishing)          Phishing ออกเสียงคล้ายกับ Fishing คือการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ตอย่างหนึ่ง โดยผู้ที่ทำการหลอกลวงซึ่งเรียกว่า Phisher จะใช้วิธีการปลอมแปลงอีเมล  **ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับไฟล์วอลล์          ไฟร์วอลล์ คือรูปแบบของโปรแกรมหรืออุปกรณ์ที่ถูกจัดตั้งขึ้นอยู่บนเครือข่ายเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือ รักษาความปลอกภัยให้กับเครือข่ายภายใน อินเทอร์เน็ต (Intranet) โดยป้องกันผู้บุกรุกอย่างไรก็ตาม Firewall ไม่สามารถป้องกันการโจมตีจากภายในเครือข่ายกันเองสรุปว่า Forewall นี่นจะทำหน้าที่ป้องกันอันตรายต่าง ๆ จากภายนอกที่จะเข้ามายังเครือข่ายของเรานั่นเอง  **ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Proxyเพื่อป้องกัน Internet ให้ปลอดภัย คล้ายกับไฟร์วอลล์ แต่ Proxy จะใหญ่กว่า  Proxy เพิ่มความปลอดภัยของ Net ระหว่างภายในและภายนอก และยังสามารถเก็บข้อมูลชั่วคราวได้ ทำให้คอมเร็วขึ้น  **ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Cookies          การทำงานของ Web Server ในบางครั้งก็มีการบันทึกข้อมูลในเครื่องของผู้ใช้อีกฝั่งซึ่งเป็นไฟล์ที่อ่านจะมีข้อมูลสำคัญ เป็นแฟ้มข้อมูลชนิด text ข้อมูลใน Cookies นี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับเว็บไซต์ เมื่อเราเข้าไปใช้งานเว็บไซต์ในครั้งถัด ๆ ไป ก็สามารถดูข้อมูลจาก Cookies นี้เพื่อให้ทราบว่าผ็ที่เข้าใช้เป็นใคร และมีข้อมูลส่วนตัวอะไรบ้าง